ที่ปรึกษาทางการเงินที่ดี มีหน้าที่วิเคราะห์เป้าหมายทางการเงิน ความสามารถในการรับความเสี่ยง และความต้องการของลูกค้า ก่อนแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยต้องยึดหลักจริยธรรม ความโปร่งใส และผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังต้องติดตามและปรับแผนการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว

ที่ปรึกษาทางการเงินช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ลูกค้าได้อย่างไร?

ที่ปรึกษาทางการเงินที่ดี มีหน้าที่วิเคราะห์เป้าหมายทางการเงิน ความสามารถในการรับความเสี่ยง และความต้องการของลูกค้า ก่อนแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยต้องยึดหลักจริยธรรม ความโปร่งใส และผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังต้องติดตามและปรับแผนการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงกำหนดมาตรฐานการนำเสนอกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) เพื่อให้ตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินปฏิบัติตาม ดังนี้

1. การให้คำแนะนำต้องดำเนินการโดยยึดหลักอะไร

การติดต่อเพื่อเสนอ ชักชวน ให้ข้อมูล หรือรับคำสั่งเกี่ยวกับการลงทุน ต้องดำเนินการโดยผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

 

2. ทำไมที่ปรึกษาทางการเงินต้องรู้จักลูกค้าก่อนให้คำแนะนำ?

ก่อนเสนอผลิตภัณฑ์ ตัวแทนต้องศึกษาข้อมูลของลูกค้าอย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ความต้องการ เป้าหมายการเงิน ระดับความเสี่ยง และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

 

3. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการลงทุน ที่ปรึกษาทางการเงินควรทำอะไร?

หากลูกค้าประสงค์เปลี่ยนแผนการลงทุนหรือสับเปลี่ยนกองทุน ตัวแทนต้อง

* ทบทวนข้อมูลลูกค้าให้เป็นปัจจุบัน
* วิเคราะห์ความเหมาะสม
* ให้คำแนะนำก่อนดำเนินการทุกครั้ง

 

4. เหตุใดจึงต้องอัปเดตข้อมูลลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ?

ข้อมูลของผู้เอาประกันภัยต้องได้รับการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน และดำเนินการตามแนวทางที่บริษัทกำหนด เพื่อให้การให้คำแนะนำมีความถูกต้องและเหมาะสมเสมอ

 

5. การเสนอขาย Unit Linked ต้องดำเนินการอย่างไร?

ทุกครั้งที่มีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน ตัวแทนต้องเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญ ได้แก่

  • ชื่อผู้ติดต่อ
    * ชื่อบริษัทประกันชีวิตที่เป็นตัวแทน
    * แสดงบัตรตัวแทนที่สำนักงาน คปภ. ออกให้
    * แจ้งวัตถุประสงค์ในการติดต่อ
    * แจ้งสิทธิของลูกค้าในการปฏิเสธการติดต่อ
    * แจ้งสิทธิในการยกเลิกกรมธรรม์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

6. ที่ปรึกษาทางการเงินคืออะไร?

ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) คือผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่วิเคราะห์สถานะทางการเงิน เป้าหมายชีวิต และระดับความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือประกันชีวิตเท่านั้น

ที่ปรึกษาทางการเงินที่ดีจะเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างรอบด้าน ทั้งรายได้ รายจ่าย ภาระหนี้สิน เป้าหมายการออม การลงทุน การวางแผนเกษียณ และการบริหารความเสี่ยง ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ "รู้จักลูกค้า (Know Your Customer)" ที่กล่าวไว้ในเอกสารต้นทาง

ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่จำเป็นอะไรอีกบ้าง

* ห้ามเร่งรัดหรือกดดันให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
* หากลูกค้าแสดงความประสงค์ไม่ซื้อหรือไม่ต้องการสนทนา ต้องยุติการเสนอขายทันที
* ห้ามติดต่อผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ไม่ประสงค์รับการติดต่อภายในระยะเวลา 2 ปี
* ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากลูกค้า นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในกรมธรรม์หรือหนังสือชี้ชวนของกองทุน

หน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงินมีอะไรบ้าง?

  • วิเคราะห์ฐานะการเงิน
  • วิเคราะห์ความเสี่ยง
  • วางแผนประกันชีวิต
  • วางแผนเกษียณ
  • วางแผนภาษี
  • ติดตามผล


เพิ่มตารางสรุป หน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงิน

หน้าที่หน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงิน รายละเอียด
วิเคราะห์ลูกค้า ศึกษาเป้าหมายและความเสี่ยง
วางแผนการเงิน เลือกแนวทางที่เหมาะสม
แนะนำผลิตภัณฑ์ ตามความจำเป็น ไม่ใช่ตามค่าคอมมิชชัน
เปิดเผยข้อมูล โปร่งใส ครบถ้วน
ติดตามผล ปรับแผนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
   

---

สรุปบทความ

การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่มีคุณภาพ ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องยึดหลักจริยธรรม ความโปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ การรู้จักลูกค้า วิเคราะห์ความต้องการ เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน และปฏิบัติตามกฎหมาย จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างลูกค้ากับที่ปรึกษาทางการเงิน

เมื่อที่ปรึกษายึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพ ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ และบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว

5.2 เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรฐานในการให้คำแนะนำ ที่ปรึกษาทางการเงิน ต้องให้คำแนะนำอย่างไร?

(1) ให้คำแนะนำด้วยความสุจริต เป็นธรรม รวมทั้งให้ความระมัดระวังเอาใจใส่ในการให้คำแนะนำ โดยยึดถือผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ

(2) ให้คำแนะนำตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับ โดยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนรวม และมีเอกสารหลักฐานที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้

(3) ให้คำแนะนำโดยอธิบายให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงลักษณะและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ให้คำแนะนำนั้น

(4) ไม่นำข้อมูลของผู้เอาประกันภัยไปเปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ตามกฎหมาย

(5) เปิดเผยข้อเท็จจริงที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย หรือการตัดสินใจในการลงทุน

(6) เปิดเผยให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่น ค่าธรรมเนียม หรือผลตอบแทนที่ตัวแทนอาจได้รับจากการซื้อกรมธรรม์และ/หรือกองทุนรวม

(7) ไม่ให้คำแนะนำซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเว้นที่จะเปิดเผยข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น การรับประกันผลตอบแทนในกองทุนรวมที่มิได้มีลักษณะการประกันภัยไว้เช่นนั้น เป็นต้น หรือให้คำแนะนำโดยมีเจตนาหลอกลวงผู้อื่น

(8) ไม่ให้คำแนะนำในลักษณะที่เป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ผู้เอาประกันภัยซื้อ หรือขายคืนหน่วยลงทุนบ่อยครั้งหรือเกินกว่าที่สมควร โดยวัตถุประสงค์เพื่อจะได้รับค่าธรรมเนียมหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใด นอกจากการให้บริการการซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าว

บทความ มาตรฐานการให้คำแนะนำของที่ปรึกษาทางการเงิน สร้างความเชื่อมั่นด้วยจริยธรรมและความโปร่งใส ต้องปฏิบัติตนอย่างไร?

การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ดี ไม่ใช่เพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า แต่ต้องยึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพ จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อผู้เอาประกันภัยในทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพราะทุกคำแนะนำอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินของลูกค้าในระยะยาว

มาตรฐานการให้คำแนะนำจึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ที่ปรึกษาทางการเงินทุกคนปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีหลักการสำคัญ 8 ประการ ดังนี้

1. ยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นอันดับแรก

ทุกคำแนะนำต้องเกิดจากความสุจริต ความเป็นธรรม และความเอาใจใส่ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เอาประกันภัย ไม่ใช่ผลประโยชน์ของผู้ขาย

2. ให้คำแนะนำบนพื้นฐานของความรู้ที่ถูกต้อง

ที่ปรึกษาต้องมีความรู้เกี่ยวกับกองทุนรวม ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน และสามารถอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

3. อธิบายความเสี่ยงอย่างครบถ้วน

ก่อนการตัดสินใจลงทุน ลูกค้าควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของกองทุน ระดับความเสี่ยง ผลตอบแทนที่คาดหวัง และข้อควรระวัง เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

4. รักษาความลับของลูกค้า

ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ที่ปรึกษาต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด

5. เปิดเผยข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจ

หากมีข้อมูลสำคัญที่อาจส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ หรือการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า ที่ปรึกษาต้องเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

6. เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน

หากตัวแทนได้รับค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียม หรือผลตอบแทนจากการเสนอขายผลิตภัณฑ์ ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความไว้วางใจและลดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

7. ไม่ให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด

การโฆษณาหรือการให้คำแนะนำต้องไม่กล่าวอ้างเกินจริง เช่น การรับประกันผลตอบแทนของกองทุนรวม ทั้งที่ผลิตภัณฑ์ไม่มีการรับประกัน หรือการปกปิดข้อมูลสำคัญที่อาจทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด

8. ไม่แนะนำให้ซื้อขายเพื่อหวังผลตอบแทนของผู้ขาย

การซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนควรเกิดจากความเหมาะสมกับแผนการเงินของลูกค้า ไม่ใช่เพื่อให้ตัวแทนได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนเพิ่มเติม


สรุปบทความ

มาตรฐานการให้คำแนะนำเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน เพราะช่วยให้ลูกค้าได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง โปร่งใส และเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคล

ที่ปรึกษาที่มีคุณภาพจะไม่มุ่งเน้นการขายเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญกับการรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน การรักษาความลับ และการอธิบายความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา เมื่อยึดมั่นในหลักการเหล่านี้ จะสามารถสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าได้ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นรากฐานของการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพอย่างแท้จริง.

คำถาม–คำตอบ

1. ทำไมที่ปรึกษาทางการเงินจึงต้องยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ?

**คำตอบ:**
เพราะการวางแผนทางการเงินและการลงทุนส่งผลต่ออนาคตของลูกค้าโดยตรง การให้คำแนะนำที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นอันดับแรก จะช่วยให้ลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ลดความเสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นในวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน

---

2. การให้คำแนะนำที่ถูกต้องควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

**คำตอบ:**
ควรอาศัยความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้อง มีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เข้าใจผลิตภัณฑ์และกองทุน รวมถึงอธิบายข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงให้ลูกค้าเข้าใจอย่างครบถ้วน

---

3. เพราะเหตุใดจึงต้องอธิบายความเสี่ยงของการลงทุนให้ลูกค้าทราบ?

**คำตอบ:**
เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจลงทุนด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน เข้าใจถึงโอกาสในการได้รับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดในอนาคต

---

4. ที่ปรึกษาทางการเงินสามารถเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าได้หรือไม่?

**คำตอบ:**
ไม่ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับความยินยอมจากลูกค้า การรักษาความลับถือเป็นจรรยาบรรณที่สำคัญของวิชาชีพ

---

5. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) คืออะไร?

**คำตอบ:**
คือสถานการณ์ที่ตัวแทนหรือที่ปรึกษาอาจได้รับค่าคอมมิชชันหรือผลตอบแทนจากการขายผลิตภัณฑ์ จึงต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ลูกค้าทราบอย่างโปร่งใส

---

6. การรับประกันผลตอบแทนของกองทุนรวมสามารถทำได้หรือไม่?

**คำตอบ:**
ไม่สามารถทำได้ หากกองทุนไม่มีการรับประกันผลตอบแทน การกล่าวอ้างเช่นนั้นถือเป็นข้อมูลที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด

---

7. เหตุใดจึงไม่ควรแนะนำให้ลูกค้าซื้อหรือขายกองทุนบ่อยครั้ง?

**คำตอบ:**
เพราะการซื้อขายบ่อยโดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม อาจสร้างค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นให้ลูกค้า และอาจเป็นการแนะนำเพื่อหวังผลประโยชน์ของผู้ขายมากกว่าประโยชน์ของลูกค้า

---

8. หลักสำคัญของการให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพคืออะไร?

**คำตอบ:**
ซื่อสัตย์ โปร่งใส มีความรู้ ยึดผลประโยชน์ของลูกค้า เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น และปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณของวิชาชีพ

---

9. หากมีข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า ที่ปรึกษาควรทำอย่างไร?

**คำตอบ:**
ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกปิดข้อเท็จจริง เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจจากข้อมูลที่ครบถ้วน

---

10. มาตรฐานการให้คำแนะนำมีประโยชน์ต่อทั้งลูกค้าและที่ปรึกษาอย่างไร?

**คำตอบ:**
ลูกค้าได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและเป็นธรรม ส่วนที่ปรึกษาจะได้รับความไว้วางใจ สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว และเติบโตในวิชาชีพอย่างยั่งยืน

---

บทวิเคราะห์
โดย ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล

> **"ที่ปรึกษาทางการเงินที่แท้จริง ไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์ แต่ขายความไว้วางใจ"**

ในโลกของการเงินและการประกันชีวิต ผลิตภัณฑ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแบบประกัน กองทุน หรือผลตอบแทน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเปลี่ยน คือ **มาตรฐานและจริยธรรมในการให้คำแนะนำ**

ผมเชื่อว่า ลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้เลือกซื้อประกันชีวิตเพราะโบรชัวร์สวย หรือผลตอบแทนที่ดูน่าสนใจเพียงอย่างเดียว แต่ลูกค้าเลือก "คน" ที่จะดูแลเขาในระยะยาว

คำว่า **"ที่ปรึกษาทางการเงิน"** จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นผู้ขาย เพราะทุกคำแนะนำมีผลต่ออนาคตทางการเงินของลูกค้า บางครั้งการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว อาจส่งผลต่อครอบครัวของลูกค้าไปอีกหลายสิบปี

การให้คำแนะนำจึงต้องเริ่มจากการ **รู้จักลูกค้า (Know Your Customer)** เข้าใจเป้าหมายชีวิต ภาระทางการเงิน ระดับความเสี่ยง และความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่เริ่มต้นจากการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ค่าคอมมิชชันสูงที่สุด

อีกประเด็นที่สำคัญคือ **ความโปร่งใส (Transparency)**

ลูกค้ามีสิทธิ์รับรู้ทั้งข้อดี ข้อจำกัด ความเสี่ยง รวมถึงผลประโยชน์ที่ที่ปรึกษาอาจได้รับจากการเสนอผลิตภัณฑ์ การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ทำให้ยอดขายลดลง ตรงกันข้าม กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้าง "ความเชื่อมั่น" ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดของที่ปรึกษาทางการเงิน

ในยุคดิจิทัล ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วยตนเองภายในไม่กี่นาที หากที่ปรึกษาให้ข้อมูลไม่ครบ หรือกล่าวอ้างเกินจริง ความน่าเชื่อถือที่สร้างมาหลายปีอาจสูญเสียไปในเวลาอันสั้น

ผมมองว่า **ความสำเร็จของตัวแทนประกันชีวิตในอนาคต จะไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากระดับความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้**

ตัวแทนที่ให้คำแนะนำด้วยความจริงใจ เปิดเผยข้อมูลครบถ้วน เคารพสิทธิของลูกค้า และยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จะสามารถสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคง เกิดการบอกต่อ และได้รับการดูแลลูกค้าหลายรุ่นต่อเนื่อง

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากถึงที่ปรึกษาทางการเงินทุกท่านว่า

> **"จงอย่ามุ่งเป็นเพียงผู้ปิดการขาย แต่จงเป็นผู้เปิดอนาคตทางการเงินที่มั่นคงให้กับลูกค้า"**

เมื่อเรายึดมั่นในจริยธรรม ความรู้ และความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ ความสำเร็จจะไม่ใช่เพียงยอดขายในวันนี้ แต่จะกลายเป็นความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ตลอดชีวิต

**ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล**
*FSEG Wealth Consultant*
"สร้างความมั่นคงทางการเงิน ด้วยความรู้ ความจริงใจ และมาตรฐานวิชาชีพ"

 

 
เขียนโดย 

ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล 

ผู้บริหารตัวแทนไทยประกันชีวิต



"ผมเชื่อในการผสมผสานประสบการณ์เข้ากับพลังของคนรุ่นใหม่ ตลอด 20 ปีในธุรกิจประกันชีวิต ผมเปลี่ยนจากวิศวกรมาเป็นผู้สร้างทีม ปัจจุบันเป้าหมายสูงสุดของผมคือการถ่ายทอดความรู้ เพื่อปั้นพาร์ทเนอร์และผู้บริหารรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นที่พึ่งพิงด้านการวางแผนชีวิตให้กับผู้คนได้จริง"




References